เศรษฐกิจสหรัฐที่จะขยายตัว แต่ในอัตราที่ช้าลงถึงการเจริญเติบโตราวๆ 2% ในปี 2020

เศรษฐกิจสหรัฐฯจะยังคงขยายตัวตลอดเป็นปีที่ 12 ในปี 2020 แม้กระนั้นจะเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 2% และก็พยายามที่จะอยู่ในระดับนั้นภายในสิ้นปีนี้ ผลิตผลทางด้านเศรษฐกิจของอินเดียน่าจะเป็นโรคโลหิตจางมากเพิ่มขึ้นโดยเติบโตในอัตราโดยประมาณร้อยละ 1.25 ตามการคาดเดาที่เผยแพร่ในวันนี้โดยสถานที่เรียนธุรกิจมหาวิทยาลัยอินดีแอนา

ในปีที่ล่วงเลยไปความผิดแปลกด้านการเมืองและก็ความไม่ลงรอยกันของการค้าระหว่างประเทศได้ก่อให้เกิดผลเสียต่อห่วงโซ่อุปทานแล้วก็ทำให้ความมั่นใจและความเชื่อมั่นของลูกค้าและธุรกิจน้อยลง การจ้างงานในสหรัฐฯเติบโตขึ้นในตอนปี 2562 แต่จะชะลอตัวลงทั้งปี 2563 มีจำนวนงานน้อยกว่า 150,000 ตำแหน่งต่อเดือนและก็บางทีอาจสูงถึงราว 100,000 คนในปลายปีนี้ ตลาดแรงงานตึงตัวจะยังคงเป็นปัญหาสำหรับหลาย บริษัท

ปริมาณการเปิดรับงานทั้งสิ้นในเศรษฐกิจพุ่งสูงสุดในท้ายปี 2561″ นายใบเสร็จรับเงินวิตต์รองศาสตราจารย์เกียรติยศด้านเศรษฐวิทยาของ IU กล่าว ชั่วโมงการทำงานโดยเฉลี่ยต่ำลงอย่างต่อเนื่องในปีที่ล่วงเลยไปรวมทั้งยอดจำหน่ายรถยนต์ทรงตัวมาแทบสองปีแล้วจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐเชื่อมั่นการใช้จ่ายของผู้บริโภคซึ่งเป็นสัญญาณที่น่ารำคาญ แต่ว่าก็เป็นสัญญาณที่ไม่แน่ชัดและไม่เพียงพอที่จะโน้มน้าว พวกเราที่จุดจบของการขยายตัวอยู่ในสายตา

พวกเราคาดว่าการเติบโตจะอ่อนแอกว่าในช่วงสองปีที่ล่วงเลยไปและแนวโน้มนี้น่าจะเป็นผลที่ดีที่สุด” เขากล่าวเสริม มีความไม่เที่ยงอย่างมากในสถานการณ์ตอนนี้

สถานที่เรียน Kelley นำเสนอการคาดหมายเมื่อเช้านี้ต่อชุมชนอินเดียแนโพลิสรวมทั้งผู้นำธุรกิจที่ IUPUI คณะทัวร์ธุรกิจทัวร์ Outlook ยังจะพรีเซ็นท์การคาดการณ์ทางเศรษฐกิจระดับประเทศระดับเมืองรวมทั้งระดับท้องถิ่นในเจ็ดเมืองอื่นๆทั่วทั้งยังเมืองผ่าน 20 เดือนพฤศจิกายน

เดาว่าการเติบโตด้านเศรษฐกิจที่น้อยกว่าของอินเดียน่าในปี 2563 บางทีอาจมีสาเหตุมาจากการที่มีการผลิตในวงกว้างรวมทั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดแรงงานที่แออัดคับแคบไรอันรูเอ้อร์รศ.ทางการเงินจากมหาวิทยาลัยอินเดียนา – เพอร์มอง ข้อตกลงการสร้างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆของเศรษฐกิจแล้วก็ตลาดแรงงานตึงตัวนิยามสามารถของนายที่จะเติบโต

ความมุ่งมาดเกี่ยวกับการลงทุนทางธุรกิจได้น้อยลงรวมทั้ง บริษัท ได้ซื้อหุ้นคืนแทนที่จะลงทุน การทำศึกกิจการค้ากับจีนและการชะลอตัวของการขยายตัวทั่วโลกก็ทำให้เกิดผลเสียต่อผู้ผลิตของรัฐเช่นเดียวกัน

โลกกำลังจะบันทึกการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติการณ์ทางการเงินของปี 2552 ปีหน้าการเจริญเติบโตทั่วทั้งโลกคาดว่าจะอยู่ที่ปริมาณร้อยละ 3.4 โดยมีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นโดยตลอด จีนรวมทั้งสหภาพยุโรปต่างเผชิญกับปัญหาโครงสร้างระหว่างภาษีศุลกากรที่กำหนดโดยสหรัฐอเมริกา Brexit ยังมิได้รับการปรับปรุงแก้ไข

ข้อมูลปัจจุบันจาก Institute for Supply Management พบว่ากิจกรรมการสร้างชะลอตัวลงสู่ระดับที่ถือว่าต่ำสุดตั้งแต่แมื่อจุดเริ่มต้นของภาวะถดถอยครั้งใหญ่ อินดีแอนาได้บากบั่นที่จะกระจัดกระจายเศรษฐกิจในทศวรรษก่อนหน้านี้ แต่ว่าผลผลิตภาคการสร้างคิดเป็นแทบร้อยละ 28 ของสินค้ามวลรวมของรัฐ อินดีแอนายังคงเป็นผู้นำประเทศสำหรับในการจ้างงานการผลิตโดยมีมากยิ่งกว่า 17 เปอร์เซ็นต์ของงานในภาคนั้นๆ

Scroll to top